
Businessร้านกาแฟคึกคักรับหน้าร้อน คาดดันยอดจำหน่ายภาพรวมเติบโตกว่า 100% เร่งสต๊อกเมล็ดกาแฟเพิ่มเท่าตัว หวังโกยยอดจำหน่ายรับไฮซีซั่น นายพริษฐ์ อนุกูลธนาการ ผู้ช่วยรองกรรมการบริหารในเครืออโรม่า กรุ๊ป ผู้นำด้านBusinessกาแฟคั่วบดครบวงจร เปิดเผยว่า จากอากาศปีนี้ที่ร้อนจัด และรัฐบาลกำหนดให้ช่วงวันสงกรานต์หยุดยาวตั้งแต่ 12-16 เม.ย. คาดว่าจะส่งผลดีต่อBusinessกาแฟ โดยเฉพาะอย่างยิ่งร้านที่เปิดให้serviceในปั๊มน้ำมัน ที่จะเป็นจุดพักรถของนักทัศนาจร และแวะซื้อเครื่องดื่ม รวมทั้งกาแฟ จนคาดว่าจะทำให้ยอดจำหน่ายในช่วงดังกล่าวเติบโตพุ่งกว่า 100% หรือยอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเท่าตัว เมื่อเทียบกับช่วงเวลาปกติ โดยตั้งแต่เดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ร้านกาแฟที่เป็นเชนต่างๆ ได้สั่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่วบดไปสต๊อกไว้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เช่น ลูกค้าที่เคยสั่งซื้อเมล็ดกาแฟราว 100 กิโลกรัม ก็เพิ่มเป็น 200 กิโลกรัม เพื่อรองรับความต้องการรับประทานเครื่องดื่มกาแฟในช่วงเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ยอดจำหน่ายเติบโตสูงสุด เช่นเดียวกับบริษัทที่ได้เพิ่มปริมาณสต๊อกเมล็ดกาแฟตามร้านอโรม่าในสาขาหัวเมืองต่างๆ เพื่อสำรองและป้องกันการขาดแคลน และยังเพิ่มสต๊อกเมล็ดกาแฟให้กับร้านกาแฟชาวดอย
ส่วนภาพรวมตลาด รวมทั้งการทำ seo พวกกาแฟคั่วบด (พรีเมี่ยม) ในปีนี้คาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้น 30% จากปกติที่เติบโตราว 20% เนื่องจากที่ผ่านมามีเชนร้านกาแฟใหม่ๆจากต่างประเทศเข้ามาเปิดให้บริการในเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง กระตุ้นให้ผู้เล่นในตลาดรายเดิมๆทำการตลาดมากขึ้น อีกทั้งอากาศที่ร้อนจัดจะช่วยผลักดันให้ตลาดขยายตัวเพิ่มขึ้นส่วนแผนการทำตลาดของบริษัทปีนี้ จะขยายร้านกาแฟชาวดอยในรูปแบบแฟรนไชส์ให้ครบ 450 สาขา จากสมัยนี้มีทั้งสิ้น 350 สาขา ขณะที่ไนน์ตี้โฟร์คอฟฟี่ จะขยายเพิ่มอีก 12 สาขา จากที่มีอยู่ 35 สาขา โดยยอมรับว่า การเปิดสาขาร้านดังกล่าวค่อนข้างหาทำเลได้ยากมากขึ้นนอกจากนี้ บริษัทได้เร่งขยายร้านชานมไข่มุกชาวดอย บับเบิ้ลทีในรูปแบบแฟรนไชส์ให้ได้ประมาณ 100 สาขา เพื่อช่วยขยายฐานลูกค้าให้กับแบรนด์ชาวดอยมากขึ้น จากเดิมร้านกาแฟจะมุ่งเน้นจับกลุ่มตลาดล่างที่สามารถซื้อกาแฟร้อนในราคา 25 บาทต่อแก้ว ขณะที่ชานมไข่มุกจะจับกลุ่มเป้าหมายระดับกลาง และกลุ่มวัยรุ่นเป็นหลัก โดยมูลค่าขายชานมไข่มุกจะอยู่ที่ 35 บาทต่อแก้ว(ขนาด 22 ออนซ์) ทั้งนี้ จากภาพรวมตลาดกาแฟที่โตขึ้น และการทำตลาดร้านกาแฟชาวดอย คาดว่าจะช่วยผลักดันผลประกอบการบริษัทให้เติบโต 30% จากปีที่ผ่านมามียอดจำหน่ายรวมราว 1,200-1,300 ล้านบาท





